loading image
 
ปิด / Close
 
 
Highlight Today

มะเร็งหลังโพรงจมูก บทเรียนจากดาราเกาหลีสู่การป้องกัน

มะเร็งหลังโพรงจมูก บทเรียนจากดาราเกาหลีสู่การป้องกัน
26 พฤษภาคม 2560
 

จากข่าวช็อคแฟนคลับของ คิมอูบิน ดาราหนุ่มชาวเกาหลีใต้ ที่ชาวไทยคุ้นหน้าคุ้นตาและตกหลุมรักเขาจากบทบาทพระรองสุดกวนในซีรีย์เกาหลีเรื่อง The Heirs ที่ตรวจพบว่าเขาเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกในระยะแรก ต้องเข้ารับการรักษาโดยการกินยาและฉายรังสีรักษา ซึ่งจะว่าไปแล้ว นับเป็นโรคมะเร็งที่ไม่คุ้นหูชาวไทยเท่าไรนัก แต่ทราบกันหรือไม่ว่า โรคมะเร็งชนิดนี้เกิดขึ้นและสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยได้ไม่ต่างกับโรคมะเร็งชนิดอื่นๆเลย

เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจโรคมะเร็งชนิดนี้ วันนี้เราได้นำข้อมูลจากบทความความรู้เพื่อประชาชน ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เรื่อง “เตือนภัย มะเร็งหลังโพรงจมูก” ซึ่งได้อธิบายถึงสาเหตุของโรค อาการบ่งชี้ และวิธีการรักษา ตลอดจนการป้องกันและการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากมะเร็งร้ายชนิดนี้

ในเบื้องต้น บทความอธิบายให้ทราบว่า มะเร็งหลังโพรงจมูกเป็นโรคที่อยู่ในตำแหน่งที่ซ่อนเร้น ยากแก่การตรวจพบ จึงทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการของระยะที่มะเร็งลุกลามมากแล้ว ทำให้ยากแก่การรักษา ซึ่งในแต่ละปีพบผู้ป่วยทั่วโลกเกือบ 1 ต่อประชากรแสนคน โดยเฉพาะในแถบเอเชียจะพบผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้สูงมาก ได้แก่ จีนตอนใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน และประเทศไทย ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้น พบมะเร็งหลังโพรงจมูกในผู้หญิง 1.6 ต่อแสนคนต่อปี ในชาย 4.5 ต่อแสนคนต่อปี และจัดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับเก้าสำหรับผู้ชายไทย พบอุบัติการณ์ในผู้ชายสูงกว่าในผู้หญิงประมาณสองเท่า โดยส่วนมากอยู่ในวัยหนุ่มสาวถึงกลางคน

ส่วนสาเหตุ เกิดขึ้นได้จาก 3 ปัจจัย คือ สิ่งแวดล้อมและอาหาร อย่างปลาเค็มและเนื้อเค็ม ซึ่งจะมีสารก่อมะเร็งไนโตรซามีน (nitrosamine) ปนเปื้อนอยู่ในสารอาหารเหล่านี้ เมื่อสูดดมสารนี้เข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุของหลังโพรงจมูก อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ของเซลล์เยื่อบุผิว จนเกิดการกลายพันธุ์ (mutation) ของเซลล์ได้ ปัจจัยต่อมา คือ พันธุกรรม ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาทางระบาดวิทยา พบว่ามะเร็งหลังโพรงจมูก พบบ่อยในคนจีนโดยเฉพาะในคนจีนตอนใต้ของประเทศ ตลอดจนคนจีนที่อพยพไปตั้งรกรากในประเทศต่างๆ แสดงให้เห็นว่าภาวะทางพันธุกรรมน่าจะมีส่วนในการส่งเสริมให้เกิดมะเร็งหลังโพรงจมูก ปัจจัยสุดท้าย คือ เชื้อไวรัส Epstein-Barr Virus (EBV) เป็น DNA virus ซึ่งอยู่ในกลุ่มของ Herpes virus พบว่าผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกมักจะมีประวัติเคยติดเชื้อ EBV และพบเชื้อไวรัสหรือ DNA ของ EBV ในเซลล์มะเร็งของผู้ป่วย ทำให้เชื่อว่าเชื้อไวรัสนี้น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก

และสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณมีอาการบ่งชี้ของโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกหรือไม่ ต้องสังเกตว่า มีก้อนที่คอ มีเลือดกำเดาไหลเป็นประจำ มองเห็นภาพซ้อน หน้าชาด้านใดด้านหนึ่ง หูอื้อ ถ้าเกิดอาการดังกล่าวขึ้น อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาก่อน เพราะเซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปมากจนยากที่จะเยียวยาได้ และการรีบรักษาตั้งแต่เป็นระยะแรก จะช่วยให้รักษาได้ทันท่วงที เพิ่มโอกาสในการหายขาดได้มากกว่า

สำหรับแนวทางการรักษา เนื่องจากหลังโพรงจมูกเป็นตำแหน่งที่อยู่ลึกและล้อมรอบด้วยอวัยวะที่สำคัญ ดังนั้น ก่อนการรักษาแพทย์จะต้องตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด โดยเริ่มจากการตรวจร่างกายทั่วไป ซึ่งหากมีข้อสงสัยว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะส่องกล้องผ่านจมูกเข้าไป และตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อนำมาตรวจวินิจฉัยโรค เมื่อได้ผลการวินิจฉัยแล้ว แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan หรือ MRI), เอกซเรย์ปอด (X-ray), U/S upper abdomen, Bone scan เพื่อประเมินระยะของโรค และเจาะเลือด ทำฟัน เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยก่อนการรักษาต่อไป
ทั้งนี้ การรักษามะเร็งหลังโพรงจมูกในปัจจุบัน การผ่าตัดนั้นไม่มีบทบาทในการรักษาโดยตรง เนื่องจากมะเร็งหลังโพรงจมูกมีขอบเขตของรอยโรคใกล้กับอวัยวะที่สำคัญ อาทิเส้นเลือดแดงใหญ่ที่เลี้ยงคอและสมอง ฐานกะโหลกศีรษะ ตลอดจนส่วนของสมองเอง ดังนั้น การรักษาด้วยรังสีจึงถือเป็นการรักษาหลักของมะเร็งหลังโพรงจมูก โดยถ้าเป็นในระยะแรก จะรักษาโดยการฉายรังสีอย่างเดียว แต่ถ้าเป็นระยะลุกลาม การรักษาจะเป็นการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด โดยจะฉายรังสีติดต่อกันทุกวัน หยุดพักสัปดาห์ละ 2 วัน เพื่อให้เนื้อเยื่อปกติได้มีเวลาฟื้นตัว การรักษานี้จะใช้เวลาประมาณ 6-7 สัปดาห์ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ฉายรังสีแล้วสามารถกลับบ้านได้

แต่ถ้าได้ทำการรักษาและฉายรังสีมะเร็งหลังโพรงจมูกที่โรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง จะใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า การฉายรังสีสามมิติแปรความเข้ม หรือที่เรียกว่า IMRT (Intensity - Modulated Radiation Therapy) โดยสามารถปรับความเข้มของรังสีตามสัดส่วนความหนาบางของก้อนมะเร็ง และตามความเหมาะสมของรอยโรค โดยข้อดีของ IMRT คือ การกระจายของรังสีจะสามารถครอบคลุมรอยโรคต่อก้อนที่จำเพาะ และลดปริมาณรังสีต่ออวัยวะปกติบริเวณข้างเคียง และลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของ คิมวูบิน ดาราหนุ่มชาวเกาหลีใต้ นั้น เขาก็โชคดีที่ตรวจพบโรคนี้ในระยะแรก จึงมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ เพราะฉะนั้น แนวทางการป้องกันการเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกนี้ประการแรกที่อยากเน้นย้ำ คือ อย่านิ่งนอนใจกับอาการเตือนต่างๆ หมั่นตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมที่อาจเป็นสาเหตุของมะเร็งหลังโพรงจมูก เช่น อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน อาหารหมักดอง ควันเขม่าพิษ สารระเหยต่างๆ รวมทั้งควรงดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ตลอดจนหากมีอาการเตือนดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอย่างไรแล้ว “การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษา” 

Source : cccthai.org