loading image
 
ปิด / Close
 
 
บทความแนะนำ

ไข้หวัดใหญ่ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ไข้หวัดใหญ่ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
29 พฤษภาคม 2560
 

ในสังคมเมืองที่ผู้คนทำงานในอาคาร ใช้ระบบหมุนเวียนอากาศร่วมกัน รวมทั้งการเดินทางโดยอาศัยระบบการขนส่งมวลชนที่ผู้คนแออัด ไปจนถึงการเดินทางระหว่างประเทศที่ทำได้รวดเร็วขึ้น เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยทำให้ ไข้หวัดใหญ่ ระบาดได้อย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง

นพ. ไพฑูรย์ บุญมา อายุรแพทย์ ศูนย์อายุรกรรมทั่วไป โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่โดยชี้ให้เห็นว่า เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ จึงติดต่อกันได้ง่าย

“ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส (Influenza Virus) ซึ่งทำให้เกิดโรคกับระบบทางเดินหายใจ แต่มีความรุนแรงมากกว่าไวรัสทางเดินหายใจอื่นๆ โดยอาการบ่งชี้ที่เกิดกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ คือ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว เหนื่อย ไอแห้งๆ เจ็บคอ มีน้ำมูก และในเด็กอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียได้ จะมีโอกาสในการเกิดโรคได้ตลอดปี แต่ระยะเวลาที่จะมีการระบาดมากในฤดูฝน และ ไวรัสไข้หวัดใหญ่จะติดต่อผ่านเสมหะของผู้ป่วยโดยการไอหรือจามแล้วเข้าสู่ปากและจมูกของผู้ใกล้ชิด ส่วนน้อยเกิดจากการสัมผัสกับเสมหะของผู้ป่วยที่ติดกับสิ่งของเครื่องใช้แล้วมือที่สัมผัสเชื้อมาสัมผัสที่ปากหรือจมูก”

โดยไข้หวัดใหญ่จะทวีความรุนแรง จนถึงขั้นเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ในกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด , โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีความต้านทานร่างกายไม่แข็งแรง ดังนั้น นพ.ไพฑูรย์ จึงแนะนำให้ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพราะหลังเกิดอาการของไข้หวัดใหญ่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ภาวะขาดน้ำและทำให้โรคประจำตัวที่เป็นอยู่แย่ลง เช่น ภาวะหัวใจวาย หอบหืด เบาหวาน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีโอกาสเสียชีวิตได้ ซึ่งโดยปกติแล้วควรฉีดวัคซีนก่อนช่วงที่จะมีการระบาดของโรคในประเทศไทยควรฉีดระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน ของทุกปี โดยร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคหลังการฉีดวัคซีน 2 สัปดาห์ จำเป็นต้องฉีดวัคซีนทุกปีเนื่องจากเชื้อไข้หวัดมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ระบาดและวัคซีนจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคไวรัสไข้หวัดใหญ่เฉพาะสายพันธุ์ที่ฉีดได้ประมาณ 1 ปี และการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่จะเปลี่ยนสายพันธ์ได้บ่อย วัคซีนที่ผลิตแต่ละปี จะเป็นวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในปีนั้นเท่านั้น

ดังนั้น จึงควรฉีดวัคซีนปีละครั้งเพราะเป็นการป้องกันโรคที่ดีที่สุด นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยและเสมหะของผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัส จมูก ตา ปากของตัวเองหลังจากสัมผัสกับผู้ป่วย เมื่อมีอาการที่สงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรอยู่ห่างผู้อื่น และปิดปาก จมูก เวลาไอหรือจาม

และในฤดูฝนปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล จำนวน 3.5 ล้านโด๊ส ให้กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 4 แสนโด๊ส และประชาชนกลุ่มเสี่ยง 3.1 ล้านโดส ประกอบด้วย

1. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์4 เดือนขึ้นไป

2. เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี

3. ผู้มีโรคเรื้อรัง คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน

4. บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

5. ผู้มีน้ำหนักตัว มากกว่า 100 กิโลกรัม

6. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้

7. ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย

8. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมผู้ติดเชื้อ เอชไอวี มีอาการ

ทั้งนี้ จะเริ่มให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย - 31 ส.ค.นี้ โดยประชาชนในกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวมานี้สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลของรัฐใกล้บ้านฟรี

สำหรับการเตรียมตัวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่นั้น ก่อนฉีดวัคซีน ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ป่วยหรือเป็นไข้ก่อนรับการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ผู้ที่ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่ไก่อย่างรุนแรง หรือมีประวัติเคยแพ้วัคซีนไข้หวัดใหญ่อย่างรุนแรง โดยทั่วไปอาการข้างเคียงพบได้น้อย ส่วนใหญ่เป็นอาการเฉพาะที่ เช่น บวม แดง ตรงบริเวณที่ฉีดวัคซีน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือมีไข้ต่ำๆอาการที่เกิดขึ้นมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน

สำหรับการดูแลรักษาอาการข้างเคียง หากปวด บวม บริเวณที่ฉีดให้ประคบด้วยผ้าเย็น หรือถ้ามีไข้ก็ให้รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ในขนาดที่เหมาะสม แต่ถ้ามีอาการรุนแรงหรือเป็นมาก ควรปรึกษาแพทย์ทันที และแจ้งอาการให้ทราบโดยละเอียด หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 หรือ สำนักโรคติดต่อทั่วไป โทร 02-590-3183 ได้ในวัน เวลา ราชการ

Source : news.thaipbs.or.th และ thaipr.net/health/782090